ฮอนด้าลุยธุรกิจซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน รถยนต์ใช้แล้วการันตีไม่มีย้อมแมว

ธุรกิจ

ฮอนด้าลุยธุรกิจซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน รถยนต์ใช้แล้วการันตีไม่มีย้อมแมว

ธุรกิจ

ฮอนด้า ออโตโมบิล เดินหน้าธุรกิจซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน รถยนต์ใช้แล้ว ภายใต้ชื่อว่า “ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์” จองคิว อัปภาพรถรอประเมินราคาผ่านออนไลน์ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าธุรกิจซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน รถยนต์ใช้แล้ว ภายใต้ชื่อว่า “ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์” (Honda Certified Used Car) โดยรถยนต์ทุกคันจะผ่านการคัดสรร และตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพ 200 รายการ ในความสมบูรณ์ของชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก การทำงานของระบบเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง คุณภาพสี มีการปรับสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ทุกคันเป็นรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพสูง มีประวัติชัดเจนและเชื่อถือได้ โดยมาพร้อมกับการรับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขบริษัทกำหนด)

ซึ่งรถยนต์ใช้แล้วแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ฮอนด้าที่เข้าเงื่อนไข Honda Certified Used Car รถยนต์ฮอนด้าที่เข้าเงื่อนไข Dealer Certified Used Car และรถยนต์ใช้แล้ว
Used Car

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ต้องการนำรถยนต์ใช้แล้วทุกยี่ห้อเข้ารับการประเมินราคาและรับคำปรึกษาที่ ฮอนด้า เซอร์ติฟาย ยูสคาร์ สามารถติดต่อ ณ ศูนย์บริการฮอนด้า 55 แห่งทั่วประเทศ หรือ กรอกแบบฟอร์มรายละเอียดพร้อมแนบรูปภาพ และเลือกศูนย์บริการฮอนด้าในการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของท่าน ได้ที่ https://usedcar.honda.co.th โดยเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการที่ได้รับการอบรมมาตรฐานจาก บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จะติดต่อกลับ เพื่อนัดหมายประเมินสภาพและราคารถยนต์ ด้วยโปรแกรมประเมินราคารับซื้อที่เชื่อถือได้ ในราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด

อัพเดทข่าวธุรกิจ มาใหม่ แนะนำข่าวเพิ่มเติม : ‘ฟู้ด แฟคเตอร์’ ผนึกกำลัง Food Innopolis สวทช.ลุยนวัตกรรมอาหาร

‘ฟู้ด แฟคเตอร์’ ผนึกกำลัง Food Innopolis สวทช.ลุยนวัตกรรมอาหาร

ธุรกิจ

‘ฟู้ด แฟคเตอร์’ ผนึกกำลัง Food Innopolis สวทช.ลุยนวัตกรรมอาหาร

บิ๊กธุรกิจอาหารชั้นนำของเมืองไทย “ฟู้ด แฟคเตอร์” ร่วมลงนามความร่วมมือ(MOU) กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางด้านอาหาร เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจอาหารรายย่อยและอาหารท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับสากล

นายปิติ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติหรือสวทช. โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริม สนับสนุน พัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร และสร้างความเชื่อมโยงในธุรกิจอาหารให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการจากภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย เพื่อยกระดับเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบในประเทศให้เติบโตได้ทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ

ที่ผ่านมา ฟู้ด แฟคเตอร์ มีพันธกิจสำคัญในการมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอาหารครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ โดยการวิจัย พัฒนา คิดค้นสินค้า นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต และจัดจำหน่ายเพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภคและตลาดทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

“บริษัทฯเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังกับเมืองนวัตกรรมอาหาร สวทช.ในครั้งนี้ จะช่วยนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่าย มาร่วมผลักดันและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนวัตกรรมด้านอาหารของประเทศ เสริมความแข็งแกร่งระหว่างภาครัฐและเอกชน ให้ผลสำเร็จสามารถเกิดขึ้นได้ตามวัตถุประสงค์ อย่างมีรูปธรรมและยั่งยืน”

ธุรกิจ

ด้าน ผศ ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กล่าวว่า สวทช. ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ เนื่องจากเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่ภาคการเกษตรใช้วัตถุดิบในประเทศเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมในการผลิตสินค้า เกิดการจ้างงาน สร้างผู้ประกอบการ และผลักดันการส่งออกสร้างเม็ดเงินมูลค่ามหาศาล

ทั้งนี้ การร่วมมือกับองค์กรธุรกิจอาหารชั้นนำของประเทศไทยอย่างฟู้ด แฟคเตอร์ นับเป็นก้าวสำคัญในการติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการ ธุรกิจอาหารระดับท้องถิ่นให้มีศัยกภาพในการพัฒนาเพื่อขยายตลาดสู่ระดับประเทศและนานาชาติต่อไป

“โครงการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนานวัตกรรม และนวัตกรด้านอาหารที่สวทช.ร่วมมือกับ ฟู้ด แฟคเตอร์ ไม่เพียงเติมเต็ม Ecosystem ให้ธุรกิจอาหารแข็งแรงขึ้น เชื่อมโยงและสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว แต่ยังรวมถึงการสร้างนักนวัตกรรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังหลักในการพัฒนาประเทศในอนาคต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนเวทีการค้าโลก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมอย่างยั่งยืนของประเทศต่อไป”

อย่างไรก็ตาม เพื่อสานพันธกิจข้างต้นให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ เมืองนวัตกรรมอาหาร Food Innopolis จึงเดินหน้าดำเนินโครงการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนานวัตกรรมและนวัตกรด้านอาหาร ผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับ บริษัท ฟู้ด แฟคเตอร์ จำกัด ในเครือบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เพื่อสนับสนุนด้านนวัตกรรมอาหาร ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อัพเดทข่าวธุรกิจ แนะนำธุรกิจเพิ่มเติม : ขนส่งทางรางบูม ไทยเรลฯ เผยทางเลือกใหม่ช่วยเจ้าของสินค้าลดต้นทุน

ขนส่งทางรางบูม ไทยเรลฯ เผยทางเลือกใหม่ช่วยเจ้าของสินค้าลดต้นทุน

ธุรกิจใหม่-ๆ

สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย ชี้เทรนด์ “Hub and Spok” ขนส่งทางรางมาแรง “ไทยเรล โลจิสติกส์” ชี้ช่วยลดต้นทุนหลักเจ้าของสินค้า

หลังวิกฤติพลังงานอ่วม ผู้ประกอบการหันหาทางเลือกเสริมขนทางรถไฟจากที่ขนด้วยรถบรรทุกอย่างเดียว ระบุลดต้นทุนขนส่งกว่า 50% ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ มีผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก สินค้าส่วนใหญ่ที่ทำการขนส่งจะเป็นสินค้าประเภทอุปโภคบริโภค

ปัจจุบันการให้บริการขนส่ง ด้วยรถบรรทุกประสบกับปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก และการปรับราคาค่าขนส่งมีผลกระทบต่อราคาสินค้าและส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนโดยตรงทั้งนี้ ทิศทางการขนส่งสินค้าไทยจะเป็นในลักษณะ “Hub and Spok” หรือรูปแบบการขนส่งต่อเนื่องที่ใช้ขนส่งทางรางเป็นแกนหลัก

ธุรกิจ-ออนไลน์

“ผู้ประกอบขนส่งต้องมีการปรับตัวและหาทางที่จะลดต้นทุนการขนส่งให้ต่ำลง ซึ่งแนวทางที่เป็นไปได้ก็คือ การขนส่งสินค้าในลักษณะ Hub and Spoke ซึ่งจะเป็นการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multi-modal Transport) กล่าวคือการขนส่งสินค้าทางรางเป็นแกนหลัก”โดยการขนส่งสินค้าทางราง ซึ่งต้นทุนการขนส่งถูกกว่าทางถนนประมาณ 2 เท่า  กำลังทวีความสำคัญมากขึ้น โดยจะเป็นเส้นทางที่มีระยะทางการขนส่งที่มากกว่า 300 กิโลเมตร ขณะที่การขนส่งด้วยรถบรรทุกจะทำหน้าที่เป็น Feeder เพื่อกระจายสินค้าต่อไปยังจุดปลายทางต่างๆ ต่อไป

ล่าสุด ได้มีการเปิดตัว บริษัท ไทยเรล โลจิสติกส์ จำกัด ในฐานะผู้ ให้บริการขนส่งสินค้าทางราง โดยความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย บริษัท ไทยเรลฯ จะได้มีโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจการขนส่งสินค้า ในลักษณะการขนส่งสินค้าต่อเนื่องหลายรูปแบบระหว่างการขนส่งสินค้าทางรถไฟและรถบรรทุกในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถลดต้นทุนการขนส่งสินค้าให้ต่ำลง เพื่อให้ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบธุรกิจของประเทศไทยสามารถ ที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ในเวทีการค้าโลกต่อไป